ถึงแม้ว่าบรัษัทSony จะก้าวเข้ามาสู่ตลาดกล้อง DSLR หลังสุดก็ตามแต่ทาง Sony ก็ไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่น้อยในการที่จะสร้างเสริมจุดเด่นให้กับกล้องรุ่น ต่างๆของตัวเอง โดยมีฐานของกล้องแบบ DSLR ที่ใช้เซ็นเซอร์ภาพขนาด APS-C ให้เลือกใช้งานได้ตามความต้องการของผู้ใช้ ทั้งในรุ่นมือสมัครเล่นและในรุ่นกึ่งมืออาชีพ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่ากล้องจากSony ทุกรุ่นนั้นมีการผลิตที่ได้มาตรฐานและสามารถตอบสนองต่อการใช้งานได้อย่าง คล่องตัวเช่นเดียวกับกล้องจากค่ายอื่นๆ ซึ่งล่าสุดก็ถึงเวลาของกล้องรุ่น A900 ซึ่งเป็นกล้อง DSLR ที่ใช้เซ็นเซอร์แบบ full-frame รุ่นล่าสุด โดยทางSonyตั้งใจที่จะนำมาเป็นใบเบิกทางเพื่อก้าวเข้าสู่เวทีของกล้องระดับ มืออาชีพที่มี Nikon และ Canon ครองตลาดอยู่
เห็นได้ชัดว่า ทาง Sony มีหมัดเด็ดให้กับ A900 ด้วยการบรรจุเซ็นเซอร์รุ่นล่าสุดแบบ full-frame ที่มีความละเอียดสูงมากถึงขนาด 24.6 ล้านพิกเซล ซึ่งทำให้กล้อง A900 กลายมาเป็นกล้อง DSLR แบบ full-frame ตัวแรกของโลกที่มีความละเอียดภาพสูงที่สุดในขณะนี้ แน่นอนว่าแม้แต่กล้องระดับโปรจาก Canon รุ่น EOS 1DS Mk III จะมีความละเอียดภาพสูงขนาด 21 ล้านพิกเซล เช่นเดียวกับกล้องรุ่น EOS 5D Mk II ล่าสุด ส่วนกล้อง Nikon รุ่น D700 และ D3 ซึ่งเป็นกล้องระดับหัวแถวของ Nikon นั้นก็ยังมีความละเอียดเพียงแค่ 12 ล้านพิกเซล ในทางทฤษฎีแล้วกล้องของSony ให้ความละเอียดของภาพ มากกว่า Nikon ถึง 2 เท่า และมากกว่ากล้องจาก Canon อีกพอสมควร แต่อย่าลืมความจริงที่ว่าการที่มีจำนวนพิกเซลที่มากขึ้นนั้นไม่ได้หมายความ ว่าภาพถ่ายที่ได้จะมีความคมชัดและมีรายละเอียดมากขึ้นตามไปด้วย คุณภาพของเลนส์ จึงกลายมาเป็นปัจจัยหลักที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในการนำมาใช้ตัดสินคุณภาพของภาพ ซึ่งถึงแม้ว่าทั้ง Canon และ Nikon นั้นต่างก็มีประวัติที่ยาวนานในเรื่องของการผลิตเลนส์คุณภาพสูงระดับมือ อาชีพมาโดยตลอด แน่นอนว่าทางSonyนั้นก็ไม่ได้นิ่งนอนใจดังจะเห็นได้จากการเปิดตัวเลนส์รุ่น ใหม่ๆ ที่มีคุณภาพระดับมืออาชีพเพิ่มเข้าไปในคอลเลคชั่นของตัวเองอย่างต่อเนื่อง ตลอดเวลา
กล้อง A900 ถูกออกแบบมาอย่างประณีตเพื่อแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการผลิตกล้อง DSLR ระดับมืออาชีพของSonyได้อย่างชัดเจน ดังจะเห็นได้จากการออกแบบรูปลักษณ์ที่มี บึกบึนแข็งแรงพร้อมกริปมือจับที่อวบอ้วนกระชับเต็มมือโดยเฉพาะเมื่อใช้กับ กริปมือจับแนวตั้งรุ่น VG-C90AM ( อุปกรณ์เสริม ) ที่มีการออกแบบได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งในส่วนการจัดวางปุ่มควบคุมต่างๆให้อยู่ในตำแหน่งเดียวกับของตัวกล้อง อีกทั้งยังให้การตอบสนองที่ดีในการกดใช้งานได้อย่างน่าประทับใจ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความสมดุลในการจับถือใช้งานได้อย่างมั่นคง โดยเฉพาะเมื่อใช้กับเลนส์ไวแสงสูงของ Carl Zeiss ที่มีขนาดน้ำหนักที่ค่อนข้างมาก โครงสร้างหลักของตัวกล้องผลิตจากอะลูมิเนียมอัลลอยที่แข็งแรงแต่มีน้ำหนัก เบา พร้อมทำการซีลรอยต่อต่างๆ รอบตัวกล้องไว้เป็นอย่างดีเพื่อช่วยป้องกันฝุ่นละอองและความชื้นในขณะใช้งาน ภายใต้สภาพอากาศที่ไม่เป็นใจ หัวปริซึมของกล้องมีขนาดใหญ่เป็นพิเศษช่วยให้มีความใสสว่างมากเป็นพิเศษ ทำให้ง่ายต่อการมองภาพและปรับโฟกัสได้อย่างสบายตาโดยเฉพาะในสภาพแสงน้อย นอกจากนี้แล้วผู้ใช้ยังสามารถเปลี่ยนกระจกโฟกัสภาพ (Interchangeable Focusing Screen) ได้จากแบบมาตรฐานที่มีมาให้ โดยมีให้เลือกเปลี่ยนใช้งานได้ 2 แบบ ได้แก่ แบบ L-type ซึ่งเป็นแบบตาราง (grid) ที่ง่ายต่อการจัดองค์ประกอบภาพ เพื่อใช้ในการถ่ายภาพสถาปัตยกรรมหรือแบบ M-type ซึ่งเป็นแบบ “ Super-spherical acute matte” ที่ให้ความสว่างชัดเจนง่ายต่อการปรับโฟกัสภาพ
Sonyยังคงรักษารูปแบบโดยรอบของตัวกล้อง และการจัดวางปุ่มควบคุมต่างๆไว้ในแบบเดิม โดยมีแป้นปรับโหมดขนาดใหญ่สะดวกต่อการปรับเลือกโหมดถ่ายภาพหลักของกล้องได้ อย่างแม่นยำไม่โยกคลอน ตั้งแต่โหมดบันทึกภาพแบบอัตโนมัติ โหมดโปรแกรม (P) โหมดปรับต่ำช่องรับแสงเอง (A) และโหมดปรับตั้งความเร็วชัตเตอร์เอง (S) และโหมดโปรแกรม (P) ส่วนการปรับตั้งค่าเมนูการทำงานต่างๆ ของตัวกล้องก็ทำได้อย่างรวดเร็วด้วยการใช้จอยสติ๊กโยกแบบสี่ทิศทางขนาดเล็ก แต่ให้ตอบสนองต่อการโยกปรับได้อย่างสะดวกแม่นยำ ส่วนจอ LCD ขนาดเล็กด้านบนของตัวกล้องใช้แสดงให้เห็นเฉพาะค่าการเปิดรับแสง และข้อมูลพื้นฐานต่างๆ ที่จำเป็นในการถ่ายภาพ โดยมีเครื่องหมายและสัญลักษณ์ กำกับให้เห็นอย่างชัดเจนทำให้ง่ายในการกดเลือกใช้งานได้โดยตรงทันทีโดยไม่ ต้องมานั่งนึกให้เสียเวลาว่าฟังก์ชันที่ต้องการปรับนั้นอยู่ตรงไหน
ระบบปรับโฟกัสอัตโนมัติของ A 900 ได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นโดยมีการจัดวางจุดโฟกัสแบบกระจาย ทั่วทั้งกรอบภาพแบบ 9 จุด และจุดโฟกัสเสริมอีก 10 จุด ซึ่งทาง Sony กล่าวว่าจะช่วยให้ระบบการปรับโฟกัสมีความรวดเร็วและแม่นยำมากยิ่งขึ้นกว่า เดิม อย่างไรก็ตามอีกจุดหนึ่งที่เป็นเรื่องปกติจนเป็นเอกลักษณ์ของกล้อง Sony ไปแล้วก็คือเสียงการทำงานของระบบโฟกัสอัตโนมัติที่มีให้ได้ยินค่อนข้าง ชัดเจน รวมถึงเสียงชัตเตอร์ที่ให้เสียงหนักแน่นคล้ายกับเสียงชัตเตอร์ของกล้องขนาด กลางมากกว่ากล้องแบบ SLR ตามปกติทั่วไป นอกเหนือจากนั้นแล้ว กล้อง A900 ก็สามารถทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมน่าประทับใจ โดยเฉพาะในส่วนของจอ LCD ความละเอียดสูงขนาด 921,000 พิกเซล ที่ให้ความคมชัดใสเคลียร์ แม้จะดูภาพจากจอภายใต้แสงสว่างกลางแจ้งภาพบนจอก็ยังคงดูง่าย ชัดเจนสมจริง ซึ่งมีประโยชน์มากในการตัดสินใจเลือกค่าการเปิดรับแสงที่เหมาะสมถูกต้องตาม ความต้องการ
อีกทั้งกล้อง A900 นั้นจัดได้ว่าเป็นกล้อง DSLR แบบ full-frame รุ่นเดียวที่มีการบรรจุระบบป้องกันการสั่นไหวไว้ในตัวกล้อง ซึ่งทาง Sony ได้มีการเรียกชื่อใหม่ว่าระบบ SteadyShot INSIDE ที่กล้องจะทำการชดเชยการเกิดการสั่นไหวที่เกิดขึ้นได้ 2.5 ถึง 4 เท่า จากค่าการเปิดรับแสงปกติ อีกทั้งยังสามารถใช้ร่วมกับเลนส์รุ่นใหม่ๆ ของ Sony ได้ทุกตัว รวมถึงเลนส์รุ่นเก่าของ Konica Minolta และเลนส์รุ่น DT ที่ถูกออกแบบมาให้ใช้กับกล้องดิจิทัลที่ใช้เซ็นเซอร์ภาพแบบ APS-C ได้โดยกล้องจะทำการลดค่าความละเอียดภาพลงเป็น 11 ล้านพิกเซล
ประสิทธิภาพที่วางใจได้
กล้อง A900 สามารถให้ภาพถ่ายที่มีรายละเอียดครบถ้วนได้อย่างน่าประทับใจโดยมีการไล่โทน สีในภาพช่วยให้ภาพดูนุ่มนวล สบายตา มี Noise เกิดขึ้นให้เห็นในภาพต่ำมากแม้จะใช้ค่า ISO สูงมากๆ ก็ตาม แน่นอนว่าความละเอียดของภาพนี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของคุณภาพโดยรวมของภาพ ถ่ายทั้งหมด เทคนิคในการบันทึกภาพที่สมบูรณ์แบบและประสิทธิภาพของเลนส์ที่ใช้นั้นจึงมี ความจำเป็นมากต่อคุณภาพที่แท้จริงของภาพ ซึ่งเลนส์ Carl Zeiss Planar ขนาด 85 มม. f/1.4 ที่ถูกนำมาใช้ทดสอบในครั้งนี้ก็แสดงประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมออกมาอย่าง ชัดเจน โดยให้ภาพถ่ายที่มีความคมชัดทั่วทั้งกรอบภาพ อีกทั้งยังสามารถเก็บรายละเอียดของภาพทั้งในส่วนมืดและสว่างได้อย่างครบถ้วน สวยงาม สึ่งที่สร้างความประทับใจให้เห็นอย่างชัดเจนในการใช้งานจริงก็คือ ระบบการทำงานที่รวดเร็วไม่ซับซ้อนทำให้ง่ายต่อการใช้งานโดยเฉพาะในส่วนของ ระบบวัดแสงที่แม่นยำแทบทุกสภาพแสง ซึ่งคงต้องยกความดีให้กับระบบประมวลผลภาพรุ่นใหม่แบบ Dual Bionz ที่ใช้ชิปประมวลผลถึงสองตัวช่วยกันทำการประมวลผล ช่วยให้สามารถบันทึกภาพต่อเนื่องได้เร็วถึง 5 ภาพต่อวินาที โดยภาพจะถูกจัดเก็บไว้ในการ์ดแบบ CF การ์ด หรือเมโมรี่สติกของSonyก็ได้
กล้อง A900 จึงเป็นกล้อง DSLR แบบ Full-Frame ระดับมืออาชีพ ที่มีความโดดเด่นจากประสิทธิภาพของเซ็นเซอร์ความละเอียดสูงควบคู่ไปกับ คุณภาพการผลิตอันยอดเยี่ยม ทำให้นี่เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนของ Sony ในการก้าวเข้ามาสู่ตลาดของกล้องถ่ายภาพระดับมืออาชีพอย่างเต็มตัวด้วยความ มั่นใจ
SteadyShot INSIDE
Sony ทำการพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันภาพสั่นไหวแบบ SteadyShot เพื่อนำมาใช้กับเซ็นเซอร์แบบ full-frame ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จอ LCD
จอ LCD ขนาด 3 นิ้ว มีความละเอียดขนาด 921,000 พิกเซล ให้ภาพที่คมชัดและมีสีสันสมจริงเช่นเดียวกับภาพถ่ายที่ถูกบันทึกออกมา อีกทั้งยังถูกเคลือบผิวเพื่อป้องกันการเกิดแสงสะท้อนเอาไว้อีกด้วย
เลนส์
กล้อง A900 นั้นสามารถนำเอาเลนส์ “ดิจิทัล” ที่ถูกออกแบบ
เพื่อใช้กับกล้องรุ่น A200, A350 และ A700 ได้โดยกล้องจะทำการดร็อปเซ็นเซอร์ให้โดยอัตโนมัติ
สีสัน
เช่นเดียวกับกล้อง DSLR รุ่นอื่นจาก Sony กล้อง A900 ถ่ายทอดสีสันได้อย่างสมจริงและเข้มข้น โทนสีที่แสดงในภาพนั้นเป็นข้อพิสูจน์ในเรื่องนี้
ความละเอียดภาพ
กล้อง A900 สามารถถ่ายทอดรายละเอียดของภาพออกมาได้อย่างน่าประทับใจ เลนส์ Carl Zeiss นั้นก็มีคุณภาพที่ช่างภาพทุกคนใฝ่ฝัน
Noise
ระบบประมวลภาพรุ่นใหม่แบบ Dual Bionz ให้ภาพที่มีโทนสีสวยงามปราศจาก Noise ให้เห็น โดยเฉพาะเมื่อใช้ค่า ISO ในช่องระหว่าง ISO 100-200
ภาพถ่ายกลางแจ้ง
กล้อง A900 มีระบบวัดแสงที่สามารถรับมือกับสภาพแสงในรูปแบบต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ทำให้ภาพถ่ายมีค่าเปิดรับแสงที่ถูกต้องแม่นยำ แม้ในตัวแบบในภาพจะได้รับแสงสว่างที่ไม่เท่ากันทั้งภาพก็ตาม
สีผิว
กล้อง A900 สามารถบันทึกโทนสีผิวได้สวยงามอย่างน่าทึ่ง
โดยให้โทนสีที่ดูดีไม่ซีดขาว อีกทั้งยังมีความนุ่มนวลเต็มไปด้วยรายละเอียด ดูดีเป็นธรรมชาติ
ภาพถ่ายในร่ม
ระบบไวท์บาลานซ์อัตโนมัติ ของ A900 ให้ภาพถ่ายที่มีสีสันสดใสเป็นธรรมชาติ พร้อมรายละเอียดของภาพที่ครบถ้วนรวมถึงมีโทนภาพที่นุ่มนวลได้อย่างน่าประทับ ใจ
0 comments:
Post a Comment